คืนวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมนี้ เวทีลุมพินี (รามอินทรา) จัดเต็มจริง ๆ ครับ เปิดสนามด้วยการ์ดรอง The Inner Circle 24 คู่เอกระดับโลกที่แฟนมวยรอคอย เอ็งค์-ออร์กิล จากมองโกเลีย แชมป์โลก MMA รุ่นแบนตัมเวตคนล่าสุด จะขึ้นป้องกันตำแหน่งเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ท้าชิง เอลเบก อาลีชอฟ นักชกไร้พ่ายจากรัสเซีย/อาเซอร์ไบจาน ตามมาด้วยไฟต์ที่ดราม่าไม่แพ้กันเพื่อนรักเคลียร์แผลใจ โจฮัน กาซาลี จากดาวรุ่งมาเลเซีย/สหรัฐฯ พบกับ รามาดาน ออนดาช ดาวรุ่งจากเลบานอน สองดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี ที่เคยสนิทกัน (เพื่อนรัก) จนกลายเป็นคู่ปรับ เกมนี้บอกเลยว่าเกมเร็วและมันส์แน่นอน


ส่วนฝั่งเมนการ์ดหลัก ONE ลุมพินี 164 คู่เอก คู่รอง ก็ไม่น้อยหน้า วัชรพล เหล่าโชคเจริญ จากพีเค.แสนชัย ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงปิดเกมมาต่อเนื่อง จะเจอกับ อัคราม ฮามิดี นักชกหมัดหนักจากฝรั่งเศส-แอลจีเรีย คู่นี้ใครน็อกก่อนมีสิทธิ์ชนะทันที นอกจากนี้ยังมีอสูรน้อย ศิษย์จ่าสิงห์ ที่กลับมาลุยอีกครั้งพบกับหนองคายเล็ก น้องใหม่ไฟแรง และคู่มวยหญิงขวัญใจแฟน ๆ อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว ที่กำลังเก็บชัยรวด จะเจอกับ กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์ รวมทั้งหมดคืนนี้มีมวยไทย คิกบ็อกซิง และ MMA รวมกันถึง 14 คู่
ใครชอบมวยที่เปิดเร็ว มีโอกาสน็อกสูง ผสมทั้งดาวรุ่งหิวชัยและแชมป์โลกที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง คืนนี้ตอบโจทย์แน่นอน รับชมสดทางช่องของเรา หรือสมัคร The Inner Circle เพื่อรู้ว่าทำไมแฟนมวยทั่วโลกถึงติดตามทุกคืนวันศุกร์ คลิกเลยที่ มวยพักยก ครบ จบ ทุกสังเวียน
1. เอ็งค์-ออร์กิล บาทาร์คู vs เอล
ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) – The Inner Circle 24
เปิดหัวรายการด้วยไฟต์ ชิงแชมป์โลกที่บอกเลยว่าคอ MMA ไม่ควรพลาด เมื่อ เอ็งค์-ออร์กิล บาทาร์คู แชมป์โลกชาวมองโกเลียวัย 37 ปี เตรียมป้องกันเข็มขัดกับผู้ท้าชิงฟอร์มแรงอย่าง เอลเบก อาลีชอฟ ดาวรุ่งไร้พ่ายจากอาเซอร์ไบจาน-รัสเซีย
ฝั่งแชมป์ ถือว่าได้เปรียบเรื่องประสบการณ์อย่างชัดเจน ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาเขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ของเกมปล้ำและการปิดบัญชีด้วยซับมิชชันหลายครั้ง รวมถึงการโค่น ฟาบริซิโอ อันดราเด เพื่อก้าวขึ้นครองบัลลังก์ ฟอร์มช่วงหลังก็ยังดูมั่นใจเหมือนเดิม แม้อายุจะมากขึ้น แต่ความเก๋ายังเป็นอาวุธสำคัญ เพียงแค่ต้องระวังเรื่องความคล่องตัว หากต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่เล่นเกมพื้นได้จัดจ้านพอ ๆ กัน
ส่วน เอลเบก อาลีชอฟ แม้จะเป็นผู้ท้าชิง แต่ดีกรีไม่ธรรมดา ด้วยสถิติไร้พ่ายราว 10 ไฟต์ พร้อมอัตราการปิดเกมที่สูงจากซับมิชชัน จุดแข็งคือเกมกราปปลิงที่แน่นมาก แถมยืนแลกก็อันตรายพอตัว สิ่งเดียวที่ยังต้องพิสูจน์คือการรับมือกับแรงกดดันบนเวทีชิงแชมป์โลกครั้งแรก

ทรรศนะ
แล้วนี่คือศึกของมวยปล้ำของแท้ ใครคุมจังหวะเกมได้ก่อนมีโอกาสเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ แชมป์มีประสบการณ์และความนิ่งมากกว่า แต่ผู้ท้าชิงก็สดและกำลังมั่นใจ หากเอ็งค์-ออร์กิลรักษาระยะและคุมเกมได้ตามแผน โอกาสป้องกันแชมป์ยังมีสูง แต่ถ้าเอลเบกลากเกมลงพื้นได้เร็ว ก็มีสิทธิ์เห็นการพลิกล็อกเหมือนกัน
คาดการณ์: เอ็งค์-ออร์กิล 55% | เอลเบก 45% โอกาสน็อก/ซับมิชชั่น 70% | ครบยก 30%
2. โจฮัน กาซาลี vs รามาดาน ออนดาช
มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) – The Inner Circle 24
อีกหนึ่งคู่ ที่แฟน ๆ มวยรอชม คือการดวลกันของสองดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี ระหว่าง โจฮัน “Jojo” กาซาลี กับ รามาดาน ออนดาช ที่ต่างก็พร้อมพิสูจน์ว่าตัวเอง ไม่มีคำว่าเพื่อนบนเวทีแห่งนี้ นี่คืออนาคตของดาวรุ่งรุ่นใหม่ พิกัดฟลายเวต อ่านบท วิเคราะห์มวยวันนี้ จากนักวิเคราะห์ตัวยง พร้อมข้อมูลแน่น ๆ ครบทุกคู่
โจฮัน สร้างชื่อใน ONE ตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ ด้วยสไตล์เดินหน้าบู๊ หมัดหนัก และความดุดันเกินวัย จนคว้าสัญญาจากศึก Friday Fights ได้อย่างรวดเร็ว แม้ไฟต์ล่าสุดจะสะดุดแพ้คะแนนให้ ชิมอน โยชินาริ ดาวรุ่งจาก เอวะสปอตยิมส์ แต่ฟอร์มโดยรวมยังได้รับการยอมรับค่อนข้างดี จุดที่ต้องระวังคือ จังหวะเปิดแลกเกมบุก เพราะบางครั้งเดินเพลินจน เปิดช่องให้คู่ชกสวนกลับได้เหมือนกัน
ด้าน รามาดาน ออนดาช เจ้าหนูจากเลบานอน เจ้าของฉายา “The Scorpion” มีอาวุธเด่นคือความเร็วและหมัดซ้าย ที่เล่นงานคู่ต่อสู้ได้ตลอด ล่าสุดเพิ่งชนะคะแนน สุริยันเล็ก พ.เย็นยิ่ง ไปแบบหวุดหวิด ก่อนประกาศขอท้าชน โจฮัน กาซาลี ทันที แม้เขาจะเพิ่งขยับขึ้นมาชกในพิกัดฟลายเวตได้ไม่นานนัก แต่พัฒนาการถือว่าน่าจับตามองหาก ยังคงรักษาฟอร์ม

ทรรศนะ
คู่นี้มีโอกาสเปิดเกมแลกกันตั้งแต่ ระฆังดังยกแรก เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นมวยเดินชน และไม่ชอบถอย ด้านโจฮัน อาจดูดีภาษีเหนือกว่าเล็กน้อย จากประสบการณ์บนเวที ONE แต่ถ้ารามาดาน จับจังหวะได้ก่อนและปล่อยหมัดซ้ายเข้าเป้า ก็มีสิทธิ์ปิดเกมได้ทุกเมื่อ ทุกโอกาสมีนับมีน็อค
คาดการณ์: โจฮัน 55% | รามาดาน 45% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 65% | ครบยก 35%
3. โชคปรีชา พีเค.ต้อมทีเค.อะไหล่ยนต์ vs อับดาลลาห์ ออนดาช
มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) – The Inner Circle 24
ศึกรีแมตช์ อีกคู่ที่น่าสนใจ เมื่อ โชคปรีชา พีเค.ต้อมทีเค.อะไหล่ยนต์ ได้โอกาสกลับมาล้างตากับ อับดาลลาห์ ออนดาช หลังเคยพลาดท่าให้มาก่อน
โชคปรีชา เป็นมวยที่อาศัยความครบเครื่อง ทั้งจังหวะออกอาวุธ เข่า ศอก และเกมวงในที่ทำได้ดี ประสบการณ์บนเวที ONE ก็ถือว่าไม่น้อย ฟอร์มโดยรวมยังดูแข็งแกร่งเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเวลาต้องเจอกับคู่ชกที่สปีดจัด ๆ เพราะบางครั้งปรับเกมตามไม่ทันในช่วงต้นไฟต์
ขณะที่ อับดาลลาห์ ออนดาช พี่ชายของรามาดาน กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังเคยเอาชนะโชคปรีชามาแล้ว 1 ครั้ง จุดเด่นคือความเร็วและมีหมัดที่น่ากลัว ที่เล่นงานคู่ต่อสู้ได้ตลอด แม้ประสบการณ์ในระดับสูงจะยังไม่มากนัก แต่พัฒนาการของเจ้าตัวถือว่าเห็นได้ชัดในทุก ๆ ไฟต์

ทรรศนะ
การเจอกันรอบนี้ น่าจะต่างจากครั้งแรก เพราะโชคปรีชา ย่อมศึกษาการชกของคู่แข่งมาอย่างละเอียด หากคุมระยะกลางและออกอาวุธได้ตามจังหวะ มีโอกาสแก้มือสำเร็จ แต่ถ้าอับดาลลาห์เปิดเกมเร็วและกดดันได้ตั้งแต่ต้น ก็อาจทำให้ผลออกมาซ้ำรอยเดิม
คาดการณ์: โชคปรีชา 52% | อับดาลลาห์ 48% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 60% | ครบยก 40%
4. ซัลวาดอร์ เบลาซเกซ บิยาเรโย vs อาซาฮี ชินากาวา
มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) – The Inner Circle 24
คู่ต่อมา เป็นการเจอกันของนักชกคนละสไตล์อย่างชัดเจน ระหว่าง ซัลวาดอร์ เบลาซเกซ บิยาเรโย จากเม็กซิโก กับ อาซาฮี ชินากาวา จากญี่ปุ่น แทงมวย ONE ครบทุกคู่ดัง ถ่ายทอดสดลื่นไหล ราคาปรับเรียลไทม์ วิเคราะห์ทันเกม ลุ้นมันส์ทุกยก ต้องที่ ทางเข้า UFABET
ซัลวาดอร์เป็นสายบู๊เต็มตัว เดินหน้าแลกไม่เกรงใคร อาวุธหนักทั้งหมัดและแข้ง พร้อมกดดันคู่ต่อสู้ตลอดทั้งไฟต์ จุดแข็งคือความแข็งแรงและหัวใจนักสู้ แต่ในเรื่องรายละเอียดของชั้นเชิงมวยยังอาจเป็นรองนักชกสายเทคนิค
ด้านชินากาวาเป็นมวยสไตล์ญี่ปุ่นที่อาศัยความเร็ว ความแม่นยำ และการเลือกจังหวะออกอาวุธได้ดี แม้พลังปะทะอาจไม่หนักเท่าคู่ชก แต่ข้อได้เปรียบคือการเคลื่อนที่และการโต้กลับที่ทำได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
คาดการณ์: ซัลวาดอร์ 54% | ชินากาวา 46% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 55% | ครบยก 45%
5. วัชรพล เหล่าโชคเจริญ vs อัคราม ฮามิดี
มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) – คู่เอก ONE ลุมพินี 164
คู่เอกเมนการ์ด ของศึก ONE ลุมพินี 164 ถือเป็นอีกไฟต์ที่แฟน ๆ มวยต้องจับตา เมื่อ วัชรพล เหล่าโชคเจริญ จอมบู๊ จากค่ายพีเค.แสนชัย ต้องดวลกับ อัคราม “La Pepite” ฮามิดี นักชกสายบู๊ จากฝรั่งเศส-แอลจีเรีย ที่พร้อมมาวัดฝีมือกับนักชกไทยถึงถิ่น
วัชรพล ในวัย 33 ปี ผ่านสังเวียนมาแล้วมากกว่า 170 ไฟต์ ความเก๋าและประสบการณ์ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะอาวุธหนักอย่างหมัดและศอก ที่พร้อมเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ผลงานบนเวที ONE ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน หลังเก็บชัยมา 5 ไฟต์รวด และปิดเกมคู่ต่อสู้ได้ถึง 4 ครั้ง จุดที่ต้องระวังคือเรื่องความเร็ว เพราะเมื่อต้องเจอกับคู่ชกที่อายุน้อยกว่า อาจเสียเปรียบในจังหวะเข้าออกอยู่บ้าง
ด้าน อัคราม ฮามิดี วัย 27 ปี เป็นนักชกที่อาศัยความเร็วและความแม่นยำ เป็นอาวุธหลัก หมัดลำตัวของเจ้าตัวเล่นงานคู่ชกได้ดี แถมยังเคยผ่านการดวลกับนักชกระดับแชมป์โลก ONE มาแล้ว อาทิ เช่น จอมโหด พระจันฉาย สามเอ จึงไม่ใช่หน้าใหม่ของเวทีใหญ่แห่งนี้แน่นอน แต่ก็มีบางจังหวะจะยังเปิดช่องให้โดนสวนกลับได้เช่นกัน แต่ภาพรวมถือว่าเป็นคู่ชกที่ประมาทไม่ได้เลย
ทรรศนะ
ไฟต์นี้น่าจะออกมาสนุกตั้งแต่ต้นครับ เพราะทั้งคู่ต่างมีอาวุธหนักเป็นของตัวเอง วัชรพลได้เปรียบเรื่องประสบการณ์และพร้อมน็อกเอาต์ ได้ทุกเมื่อ ขณะที่อัคราม มีความเร็วและชั้นเชิงที่พร้อมสร้างปัญหา หากวัชรพลจับจังหวะได้ก่อนก็มีลุ้นปิดเกมสวย แต่ถ้าปล่อยให้อัครามคุมจังหวะด้วยความเร็วได้ตลอด ก็อาจกลายเป็นงานยากกว่าที่หลาย ๆ คนคาดคิด
คาดการณ์: วัชรพล 57% | อัคราม 43% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 70% | ครบยก 30%
6. อสูรน้อย ศิษย์จ่าสิงห์ vs หนองคายเล็ก ดร.น็อตมวยไทย
มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
ถัดมารองคู่เอก อีกหนึ่งคู่ที่น่าสนใจคือการพบกันระหว่าง อสูรน้อย ศิษย์จ่าสิงห์ กับน้องใหม่อย่าง หนองคายเล็ก ดร.น็อตมวยไทย ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งสองฝ่าย
อสูรน้อย วัย 25 ปี เป็นนักชกที่ขึ้นชื่อเรื่องการเดินบู๊ และมีหมัดที่หนักหน่วง ผลงานใน ONE ถือว่าน่าพอใจ หลังเก็บชัยได้ 2 จาก 3 ไฟต์ โดยล่าสุดเพิ่งปิดเกม เสือจั่น ส.อิสระโชติ ได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังต้องระวังคือเจ้าตัวก็เคยพลาดโดนน็อกมาแล้วเช่นกัน จึงต้องรักษาความรัดกุมตลอดทั้งไฟต์
ฝั่ง หนองคายเล็ก น้องใหม่ มาชกในวัน ครั้งแรก แต่ข้อได้เปรียบคือความสดและความมั่นใจ พร้อมเปิดเกมสู้ แบบไม่เกรงชื่อชั้นของคู่ต่อสู้ แม้ประสบการณ์ในระดับนี้จะยังเป็นรอง แต่ก็เป็นนักชกที่มองข้ามไม่ได้ เพราะนี่คือโอกาสสร้างชื่อ
ทรรศนะ
ชื่อชั้นและประสบการณ์ ยังเทไปทางอสูรน้อยพอสมควร หากเดินเกมบุกตามสไตล์และกดดันได้ต่อเนื่อง น่าจะเป็นฝ่ายคุมเกมได้มากกว่า แต่ถ้าหนองคายเล็กไม่ตื่นเวทีและอาศัยความสดเข้าสู้ ก็มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ได้เหมือนกัน
คาดการณ์: อสูรน้อย 62% | หนองคายเล็ก 38% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 60% | ครบยก 40%


7. แหลมสิงห์ ทีวันไฟต์อะคาเดมี vs อาเมียร์ อับดุลมุสลิมอฟ
มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
คู่ถัดมา คือ แหลมสิงห์ ทีวันไฟต์อะคาเดมี จากส.เดชะพันธ์ ที่ต้องรับมือกับ อาเมียร์ อับดุลมุสลิมอฟ นักชกแดนหมีขาวจากรัสเซีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและการยืนแลกที่ดุดัน
แหลมสิงห์เป็นมวยไทยที่มีอาวุธค่อนข้างครบ ใช้ทั้งแข้ง เข่า และจังหวะออกอาวุธได้อย่างเฉียบคม เวลาเครื่องติดแล้ว สามารถสร้างความกดดันต่อคู่ชกได้ดี แต่สิ่งที่ยังต้องปรับคือความต่อเนื่องของ สำหม่ำเสมอของร่างกาย เพราะบางไฟต์มีจังหวะแผ่วปลายระหว่างการชก
ส่วนอาเมียร์มา ในสไตล์สายบู๊ เน้นพละกำลังและแรงปะทะเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การเจอกับมวยไทยแท้ที่มีชั้นเชิงสูงอย่างแหลมสิงห์ อาจเป็นบททดสอบสำคัญว่าเจ้าตัวจะปรับตัวได้ดีแค่ไหน
ทรรศนะ
คู่นี้วัดกันที่ชั้นเชิง และเทคนิค ความเก๋าเกม หากแหลมสิงห์คุมระยะ และใช้ชั้นเชิงมวยไทยได้ตามถนัด ก็มีโอกาสเก็บแต้มเหนือกว่า แต่ถ้าอาเมียร์เดินบดและบังคับให้ต้องแลกอาวุธหนักตลอดเกม ก็มีสิทธิ์พลิกสถานการณ์ได้เช่นกัน
คาดการณ์: แหลมสิงห์ 58% | อาเมียร์ 42% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 55% | ครบยก 45%
8. พงษ์ศิริ ซูจีบะหมี่เกี๊ยว vs อัดฮัม รูซิเอฟ
มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.)
คู่ต่อมา เมื่อ พงษ์ศิริ ซูจีบะหมี่เกี๊ยว ต้องรับมือกับ อัดฮัม รูซิเอฟ นักชกจากอุซเบกิสถาน ที่เข้ามารับหน้าที่แทน กานต์ชัย จิตรเมืองนนท์ ซึ่งถอนตัวก่อนการแข่งขันแบบกะทันหัน
พงษ์ศิริ เป็นมวยที่อาศัยความคล่องตัวและชั้นเชิงเป็นจุดเด่น การเข้าออกทำได้รวดเร็ว และเลือกจังหวะออกอาวุธได้ค่อนข้างแม่นยำ แม้หมัดอาจไม่ใช่อาวุธที่โดดเด่นที่สุด แต่ก็ชดเชยด้วยการอ่านเกม คุมเกมและการเคลื่อนที่ที่ดี
ด้าน อัดฮัม รูซิเอฟ แม้จะเข้ามาเสียบแทนแบบกะทันหัน แต่ก็มีจุดเด่นในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ด้านเรื่องความแข็งแรงและหมัด ถ้ามาดูดีพอสมควร อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์และความละเอียด ในเกมมวยไทยยังถือว่าเป็นรองอยู่บ้าง จึงต้องดูว่าจะปรับตัวกับ กติกามวยไทยได้เร็วแค่ไหน
ทรรศนะ
ไฟต์นี้เป็นการเจอกันของมวยคนละสไตล์ พงษ์ศิริน่าจะพยายามใช้ความเร็วและจังหวะฝีมือคุมเกม ขณะที่อัดฮัมคงเน้นเดินเข้าหาเพื่อเปิดโอกาสปล่อยหมัดหนัก หากนักชกไทยรักษาระยะได้ตลอดทั้งไฟต์ โอกาสคว้าชัยก็มีมากกว่า แต่ถ้าอัดฮัมได้จังหวะเข้าถึงตัวเมื่อไร ก็พร้อมเปลี่ยนเกมได้ทันที
คาดการณ์: พงษ์ศิริ 53% | อัดฮัม 47% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 50% | ครบยก 50%
9. ก้องมีชัย ส.บางระจัน vs ธงชัย เจี๊ยบรามอินทรา
มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.)
คู่ของนักชกไทยอกีคู่ ที่น่าจับตา เมื่อ ก้องมีชัย ส.บางระจัน เตรียมเปิดศึกกับ ธงชัย เจี๊ยบรามอินทรา ซึ่งต่างก็มีสไตล์การชกที่แตกต่างกันพอสมควร ทำให้ไฟต์นี้มีโอกาสออกมาสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ
ก้องมีชัยเป็นมวยสายบู๊ชอบแลก ที่พร้อมเปิดเกมกดดันคู่ต่อสู้อยู่ตลอด จุดเด่นคือความกล้าและความดุดัน ไม่ค่อยปล่อยให้คู่ชกได้ตั้งเกมง่าย ๆ แต่การเดินเข้าหาแบบไม่อาวุธนำก็มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะบางจังหวะอาจเปิดช่องให้โดนอาวุธสวนกลับได้ หากจังหวะผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจเสียศูนย์ได้ทันที
ส่วน ธงชัย เจี๊ยบรามอินทรา มาในสไตล์มวยฝีมือ เน้นชั้นเชิงและความอดทน ค่อย ๆ อ่านเกมและหาจังหวะออกอาวุธ แม้อาจไม่ได้เปิดเกมบุกดุดันตั้งแต่ต้น แต่ถ้าเข้าสู่ช่วงกลางถึงปลายไฟต์ ได้เมื่อไร ความนิ่งและการวางแผนของเจ้าตัวอาจสร้างความแตกต่างได้
ทรรศนะ
คู่นี้ถือว่าเป็นการวัดกัน ระหว่างเกมบุกกับเกมรับอย่างชัดเจน หากก้องมีชัยเดินกดดันได้ตามสไตล์และไม่เปิดช่องมากเกินไป โอกาสคว้าชัยก็มีมากกว่า แต่ถ้าธงชัย พาเกมเข้าสู่จังหวะที่ตัวเองถนัด และใช้ความอดทนเล่นงานคู่ชกไปเรื่อย ๆ ก็มีลุ้นพลิกสถานการณ์ได้เช่นกัน
คาดการณ์: ก้องมีชัย 56% | ธงชัย 44% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 55% | ครบยก 45%
10. อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว vs กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์
มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.)
ศึกมวยหญิงอีกคู่ที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อ อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว นักชกดาวรุ่งสาวจากฟิลิปปินส์ ต้องดวลกับ กลิ่นผกา ป.ไทยสงค์ นักชกดาวรุ่งจากไทย ที่พร้อมใช้อาวุธมวยไทยพิสูจน์ฝีมือบนเวทีมวยลุมพินี
อิสไลย์กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี หลังเก็บชัยชนะมาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นคือความเร็วในการเข้าออกและหมัดที่คม แม้ประสบการณ์ในการเจอกับนักชกไทยระดับสูงอาจยังมีไม่มาก แต่ความมั่นใจและสภาพร่างกายถือว่าเป็นจุดแข็งของเธอในเวลานี้
ด้าน กลิ่นผกา เป็นนักชกที่อาศัยชั้นเชิงมวยไทย และมีความอดทนเป็นจุดขายของเธอ โดยเฉพาะการเล่นระยะกลางและอาวุธเข่าที่ทำได้ดี สิ่งที่ยังต้องเติมคือความดุดันในการเดินเกม เพราะบางครั้งปล่อยให้คู่ต่อสู้เป็นฝ่ายคุมจังหวะมากเกินไป ไฟต์แรก เอาชนะน็อก กะทิ ม.ราชฎัชโคราช ในยกที่ 2 ในศึก ONE ลุมพินี 151

ทรรศนะ
ไฟต์นี้น่าจะเป็นเกมที่วัดกัน ระหว่างความเร็วกับเทคนิค หากอิสไลย์เป็นฝ่ายคุมจังหวะตั้งแต่ต้นและใช้สปีดของตัวเองได้เต็มที่ ก็มีโอกาสเก็บชัยสูง แต่หากกลิ่นผกาพาเกมเข้าสู่ระยะที่ถนัด และใช้อาวุธมวยไทยได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีสิทธิ์พลิกกลับมาคว้าชัยได้เช่นกัน
คาดการณ์: อิสไลย์ 60% | กลิ่นผกา 40% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 50% | ครบยก 50%
11. ราฮีม เชอร์ไฮโก vs ดิโอโก มิเกล ซิลวา
คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
เปลี่ยนบรรยากาศมาที่กติกาคิกบ็อกซิง กับการพบกันระหว่าง ราฮีม เชอร์ไฮโก จากเบลเยียม และ ดิโอโก มิเกล ซิลวา นักชกจากเคปเวิร์ด ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นคนละแบบ
ราฮีมเป็นนักชกที่อาศัยความแม่นยำและความเร็วเป็นหัวใจสำคัญของการชก การออกอาวุธค่อนข้างเป็นระบบ และเลือกจังหวะได้ดี อย่างไรก็ตาม หากต้องเจอกับคู่ชกที่เดินกดดันหนัก ๆ บางครั้งก็ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่พอสมควร
ขณะที่ ดิโอโก มิเกล ซิลวา เป็นสายบู๊ที่เน้นแรงปะทะและความดุดัน พร้อมเดินเข้าหาเพื่อบีบพื้นที่ของคู่ต่อสู้ แม้เรื่องรายละเอียดของเทคนิคอาจยังเป็นรอง แต่ก็ชดเชยด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่งที่พร้อมสร้างปัญหาได้ตลอดไฟต์
ทรรศนะ
รูปเกมน่าจะออกมาสนุก เพราะต่างฝ่ายต่างมีอาวุธที่ถนัด หากราฮีมรักษาระยะและใช้จังหวะคิกบ็อกซิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็น่าจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ แต่ถ้าดิโอโกเดินบดและบังคับให้ต้องแลกอาวุธหนักเมื่อไร เกมก็พร้อมเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ
คาดการณ์: ราฮีม 57% | ดิโอโก 43% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 60% | ครบยก 40%
12. โอลิเวีย บาห์ซุส vs น้องเล็ก ครูดามยิมส์
มวยไทย 102 ป.
อีกหนึ่งคู่ของนักชกดาวรุ่งหญิง ที่น่าจับตามอง เมื่อ โอลิเวีย บาห์ซุส จากแคนาดา ต้องวัดฝีมือกับ น้องเล็ก ครูดามยิมส์ นักชกสาวไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องชั้นเชิงมวยไทย
โอลิเวีย “Diamond” บาห์ซุส จากแคนาดา วัย 16 ปี มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงของร่างกายและอาวุธที่หนักใช้ได้ อีกทั้งยังมีพื้นฐานการชกที่ดี แต่การรับมือกับจังหวะและลูกเล่นของมวยไทยแบบเต็มรูปแบบ ยังถือเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์บนเวทีแห่งนี้
ด้าน น้องเล็ก ครูดามยิมส์ จากไทย วัย 22 ปี ชกในเวทีนี้เป็นครั้งแรก และเป็นนักชกที่มีความคล่องตัวและเทคนิคชั้นเชิงมวยไทยพอสมควร การเคลื่อนที่และการเลือกจังหวะออกอาวุธทำได้ดี แม้ขาดปรสบการณ์ ปะทะอาจไม่โดดเด่นเท่าคู่ต่อสู้ แต่ก็ชดเชยด้วยความละเอียดของชั้นเชิง
ทรรศนะ
คู่นี้เป็นอีกไฟต์ที่สูสีพอสมควร หากน้องเล็กใช้จังหวะมวยไทยและคุมระยะได้อย่างที่ถนัด ก็มีโอกาสเบียดคว้าชัยไปได้ แต่หากโอลิเวียอาศัยความแข็งแกร่ง เดินกดดันและบีบให้ต้องแลกอาวุธหนักอยู่ตลอด ก็มีสิทธิ์สร้างปัญหาให้กับนักชกไทยได้ไม่น้อย
คาดการณ์: น้องเล็ก 55% | โอลิเวีย 45% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 45% | ครบยก 55%
13. ฟีเลโมน บิทรุส เจบ vs เควิน เปร์โดโม
MMA รุ่นเฟเธอร์เวต รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)
อีกหนึ่งไฟต์ในกติกา MMA ที่น่าสนใจคือการพบกันระหว่าง ฟีเลโมน บิทรุส เจบ จากไนจีเรีย และ เควิน เปร์โดโม นักสู้จากสเปน ซึ่งต่างก็มีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ฟีเลโมนเป็นนักสู้ที่โดดเด่นเรื่องพละกำลังและเกมยืน พร้อมเปิดหน้าแลกอาวุธหนักได้ตลอดทั้งไฟต์ หากปล่อยให้เจ้าตัวชกในระยะที่ถนัดก็มีโอกาสสร้างความเสียหายได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม เกมภาคพื้นยังถือเป็นจุดที่ต้องพิสูจน์ หากถูกลากลงไปเล่นในตำแหน่งที่เสียเปรียบ ก็อาจเจองานหนักได้เหมือนกัน
ด้าน เควิน เปร์โดโม มาในสายเทคนิค โดยเฉพาะเกมกราปปลิงและการต่อสู้บนพื้น ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญของเจ้าตัว แม้อาจไม่ได้เปิดเกมดุดันตั้งแต่ต้น แต่หากหาโอกาสพาคู่ต่อสู้ลงพื้นได้เมื่อไร ก็พร้อมเปลี่ยนเกมให้เป็นฝ่ายได้เปรียบทันที
ทรรศนะ
ไฟต์นี้น่าจะวัดกันที่ว่าใครจะได้ชกในเกมที่ตัวเองถนัดมากกว่า หากฟีเลโมนรักษาระยะและบังคับให้เป็นเกมยืนได้ตลอด โอกาสเก็บชัยก็มีมากกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าเควินลากเกมลงพื้นได้สำเร็จ ก็มีสิทธิ์ใช้ความได้เปรียบด้านกราปปลิงปิดเกมได้เช่นกัน
คาดการณ์: ฟีเลโมน 53% | เควิน 47% โอกาสน็อก/ซับมิชชั่น 65% | ครบยก 35%
14. น้องเบีย ลาวล้านช้าง vs ชินิชิ วาตานาเบะ
มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.)
ปิดท้ายรายการด้วยอีกหนึ่งไฟต์ที่น่าติดตาม เมื่อ น้องเบีย ลาวล้านช้าง นักชกจาก สปป.ลาว เตรียมดวลกับ ชินอิจิ วาตานาเบะ จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการพบกันของนักชกที่มีจุดเด่นคนละแบบอย่างชัดเจน
น้องเบีย เป็นมวยสายบู๊ที่พร้อมเดินเข้าหาคู่ต่อสู้ตลอดเวลา ความกล้าและความดุดันคืออาวุธสำคัญที่ทำให้หลายคนจับตามอง แต่ในแง่ของรายละเอียดด้านเทคนิคยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับคู่ชกที่เน้นชั้นเชิง
ขณะที่ ชินอิจิ วาตานาเบะ เป็นนักชกสไตล์ญี่ปุ่นที่อาศัยความแม่นยำและการออกอาวุธอย่างเป็นระบบ แม้แรงปะทะอาจไม่ได้หนักหน่วงเท่าคู่ชก แต่ข้อดีคือการเลือกจังหวะและการคุมระยะที่ทำได้ค่อนข้างดี
ทรรศนะ
คู่นี้เป็นอีกไฟต์ที่น่าจะสู้กันสนุก เพราะต่างฝ่ายต่างมีอาวุธที่ถนัด หากน้องเบียเดินบดและกดดันได้ตั้งแต่ต้นเกม ก็มีโอกาสคว้าชัยมากกว่าเล็กน้อย แต่หากชินอิจิใช้ความแม่นยำ คุมจังหวะ และไม่ตกเป็นฝ่ายรับมากเกินไป ก็มีโอกาสเบียดเอาชนะได้เหมือนกัน
คาดการณ์: น้องเบีย 54% | ชินิชิ 46% โอกาสน็อก/ไม่ครบยก 50% | ครบยก 50%
สรุปภาพรวมศึก ONE ลุมพินี 164 & The Inner Circle 24
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่อัดแน่นไปด้วยคู่ชกคุณภาพ ตั้งแต่คู่เปิดรายการไปจนถึงคู่สุดท้าย โดยเฉพาะฝั่ง The Inner Circle 24 ที่มีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ไฟต์ชิงแชมป์โลก MMA ระหว่าง เอ็งค์-ออร์กิล บาทาร์คู กับ เอลเบก อาลีชอฟ ซึ่งถือเป็นการเจอกันของสองสายกราปปลิงระดับสูง และมีโอกาสจบเกมก่อนครบยกค่อนข้างมาก
ขณะที่ศึกรีแมตช์ของ โจฮัน กาซาลี กับ รามาดาน ออนดาช ก็เป็นอีกคู่ที่แฟนมวยรอชม เพราะทั้งสองคนต่างรู้ทางกันดี และต่างก็อยู่ในช่วงที่ต้องการชัยชนะเพื่อก้าวขึ้นไปอีกระดับบนเวที ONE ทำให้เกมมีแนวโน้มจะเปิดแลกกันตั้งแต่ยกแรก
ส่วนฝั่ง ONE ลุมพินี 164 แน่นอนว่าคู่เอกระหว่าง วัชรพล เหล่าโชคเจริญ กับ อัคราม ฮามิดี คือไฟต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด วัชรพลได้เปรียบเรื่องประสบการณ์และอาวุธหนัก ขณะที่อัครามมีความเร็วและเทคนิคที่พร้อมสร้างปัญหาให้กับนักชกไทยตลอดทั้งไฟต์ จึงมีโอกาสสูงที่จะเป็นอีกคู่ที่เรียกเสียงเชียร์จากแฟนมวยได้ตลอดการแข่งขัน
นอกจากนี้ การ์ดยังเต็มไปด้วยนักชกดาวรุ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติที่พร้อมพิสูจน์ตัวเอง หลายคู่มีสไตล์การชกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้แต่ละไฟต์มีโอกาสพลิกผันได้ตลอดเวลา หากชอบมวยที่เดินแลก ออกอาวุธหนัก และมีลุ้นน็อกหรือปิดเกมก่อนครบยก ศึกในค่ำคืนนี้ถือว่าตอบโจทย์อย่างแน่นอน
อัปเดตข่าวสารวงการมวยแบบเรียลไทม์ ต้องที่ “เว็บมวยพักยก”
ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้มวยไทยหรือมวยสากล และกำลังมองหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เว็บมวยพักยก คือคำตอบที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวล่าสุดในวงการ บทวิเคราะห์ก่อนชก หรือความเคลื่อนไหวของนักชกระดับแถวหน้า ทุกอย่างถูกรวบรวมไว้อย่างครบถ้วนในที่เดียว
และสำหรับใครที่อยากลุ้นระทึกมากกว่าการเชียร์ขอบจอ ทางเข้ายูฟ่าเบท ก็พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยระบบแทงมวยออนไลน์ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย รองรับทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ ให้คุณสนุกไปกับทุกคู่มวยดังแบบไม่มีสะดุด


